ห้องสมุด สมอ. เป็นห้องสมุดเฉพาะทางวิชาการด้านการมาตรฐาน ทรัพยากรของห้องสมุด ได้แก่ มาตรฐานไทย มาตรฐานต่างประเทศ มาตรฐานภูมิภาค และมาตรฐานระหว่างประเทศ กฎระเบียบทางวิชาการ ตลอดจนเอกสารด้านการรับรองคุณภาพ และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในรูปของเอกสาร ไมโครฟิล์ม ไมโครฟิช สื่อวัสดุทางคอมพิวเตอร์ เช่น CD-ROM/DVD สื่อออนไลน์ เป็นต้น

 

ประเภทของทรัพยากรห้องสมุด
  1. มาตรฐาน (Standards) เป็นเอกสารหลักของห้องสมุด ประกอบด้วย
    มาตรฐานไทย ได้แก่ มอก. และ มผช.
    มาตรฐานต่างประเทศ ได้แก่ มาตรฐานซึ่งจัดทำโดยสถาบันมาตรฐานประเทศต่าง ๆ ที่เป็นสมาชิกของ ISO เช่น ANSI, BS, DIN, JIS หรือ มาตรฐานของสมาคม /องค์กร/หน่วยธุรกิจ ในประเทศต่าง ๆ เช่น API, IEEE, JASO เป็นต้น
    มาตรฐานภูมิภาค เป็นมาตรฐานของประเทศซึ่งอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน ได้แก่ มาตรฐานยุโรป เช่น EN, ETSI, EEC หรือ มาตรฐานกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ได้แก่ GS เป็นต้น
    มาตรฐานระหว่างประเทศ เป็นมาตรฐานที่จัดทำขึ้นโดยองค์การระหว่างประเทศ เช่น IEC, ISO, ITU, CODEX
เป็นต้น
  2. กฎระเบียบทางวิชาการ (Technical Regulations) ของไทยและของประเทศต่าง ๆ ที่เป็นสมาชิก WTO
  3. เอกสารด้านการรับรองคุณภาพ (Conformity Assessment) ของไทยและของต่างประเทศ
  4. หนังสืออ้างอิงและเอกสารทางวิชาการ ได้แก่ พจนานุกรม สารานุกรม หนังสือรายปี สิ่งพิมพ์รัฐบาล นามานุกรม
คู่มือ แคตตะล็อกของมาตรฐานประเทศต่าง ๆ ซึ่ง
เป็นคู่มือที่รวบรวมรายชื่อมาตรฐานทั้งหมดที่สถาบันมาตรฐานนั้นๆ กำหนดขึ้น ใช้เป็นดรรชนีหรือคู่มือช่วยค้นมาตรฐานที่ต้องการ
  5. วารสาร ทั้งวารสารภาษาไทย และวารสารภาษาต่างประเทศ ประมาณ 300 รายการ คลอบคลุมเนื้อหาในสาขาวิชาต่าง ๆ เช่น การมาตรฐาน การรับรองระบบคุณภาพ การศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเรื่องทั่วไป
  6. ฐานข้อมูลสำเร็จรูปด้านมาตรฐาน ในรูปของรายละเอียดข้อมูลทางบรรณานุกรม และข้อมูลรายละเอียดของเนื้อหา ปัจจุบันห้องสมุดได้บอกรับฐานข้อมูลสำเร็จรูปในรูปของ CD-ROM/DVD ประมาณ 50 ฐาน และฐานข้อมูลในรูปของ Microfiche จำนวน 14 ฐาน
 
การจัดจำแนกเอกสาร
 

ห้องสมุดมีระบบการจัดเก็บ โดยจำแนกตามประเภทของสารสนเทศเป็น 3 ระบบ คือ
1. หนังสือทั่วไป จัดหมวดหมู่ระบบทศนิยมดิวอี้ (Dewey Decimal Classification - DDC)
2.อกสารมาตรฐาน จัดหมวดหมู่ระบบ International Classification for Standards - ICS** ซึ่งเป็นระบบการจัดหมวดหมู่ที่พัฒนาขึ้นโดย คณะกรรมการสารสนเทศของ ISO (Committee on Information System and Services - INFCO) ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของ ISO Central Secretariat
3. สิ่งพิมพ์เฉพาะด้านของสถาบันมาตรฐาน/สิ่งพิมพ์รัฐบาล จัดหมวดหมู่โดยใช้ระบบที่พัฒนาขึ้นเองสำหรับใช้ภายในห้องสมุดมาตรฐาน เพื่อประโยชน์ในการรวบรวมสารสนเทศที่จัดพิมพ์โดยหน่วยงานเดียวกันไว้ด้วยกัน
สำหรับเอกสารมาตรฐาน มีบัญชีรายชื่อมาตรฐาน หรือ แคตคะล็อก(Catalogue) ใช้เป็นคู่มือช่วยค้นและตรวจสอบหมายเลขและความทันสมัยของเอกสาร นอกจากนี้ยังสามารถสืบค้นข้อมูลดังกล่าวจากฐานข้อมูลของระบบห้องสมุดอัตโนมัติ และฐานข้อมูลสำเร็จรูป CD-ROM/DVD ซึ่งสามารถสืบค้นข้อมูลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
ICS - ระบบสากลสำหรับการจัดจำแนกเอกสารมาตรฐาน **
  แต่เดิมนั้น องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (International Organization for Standardization -ISO) และสถาบันมาตรฐานแห่งชาติต่างๆ จัดจำแนกเอกสารมาตรฐานโดยใช้ระบบ Universal Decimal Classification (UDC) แต่เนื่องจากระบบ UDC มีความยุ่งยากและสลับซับซ้อนเกินไป คณะกรรมการสารสนเทศของ ISO (Committee on Information System and Services - INFCO) จึงได้พัฒนา ** ระบบสากลสำหรับการจัดจำแนกเอกสารมาตรฐาน (International Classification for Standards) หรือเรียกกันโดยย่อว่า ระบบ ICS โดยได้จัดพิมพ์และประกาศใช้ระบบ ICS เป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2539 และมีการปรับปรุงเป็นระยะ ๆ เพื่อให้การจัดจำแนกครอบคลุมสาขาวิชาต่าง ๆ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
  ระบบ ICS เป็นระบบการจัดจำแนกแบบทศนิยมเช่นเดียวกับระบบ UDC แต่มีความยืดหยุ่นและใช้ง่ายกว่าระบบ UDC โดยมีการจัดจำแนกออกเป็น 3 ระดับ คือ
    ระดับที่ 1จำแนกเป็น 40 สาขาวิชา (field) ใช้สัญลักษณ์แสดงด้วยตัวเลข 2 หลัก
    ระดับที่ 2 จำแนกเป็น 391 หมวด (group) ใช้สัญลักษณ์แสดงด้วยตัวเลข 3 หลัก
    ระดับที่ 3จำแนกเป็น 895 หมวดย่อย (sub-group) ใช้สัญลักษณ์แสดงด้วยตัวเลข 2 หลัก โดยการแบ่งในแต่ละระดับจะคั่นด้วยเครื่องหมาย ( . )
  ระบบ ICS จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นคู่มือของห้องสมุด/ศูนย์สนเทศของสถาบันมาตรฐาน สำหรับกำหนดหมวดหมู่สารสนเทศมาตรฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งใช้เป็นคู่มือในการจัดทำบัญชีรายชื่อมาตรฐาน ดรรชนี รายชื่อ บรรณานุกรม ตลอดจนการจัดทำฐานข้อมูลมาตรฐาน
   
  | กลับสู่ด้านบน|  
  กลับหน้าหลัก  
     

-> ปรับปรุงครั้งสุดท้ายเมื่อ : 1 March, 2016